
ขอเป็นพ่อได้ไหม
จอร์จี้ (โลล่า แคมป์เบลล์) เด็กหญิงวัย 12 ปีผู้รอบรู้ซึ่งแอบใช้ชีวิตตามลำพังในแฟลตของเธอในย่านชานเมืองของชนชั้นแรงงานในลอนดอนหลังจากแม่ของเธอเสียชีวิต เธอหาเงินจากการขโมยจักรยานกับเพื่อนสนิทของเธอ อาลี (อลิน อูซุน) และปกปิดนักสังคมสงเคราะห์ด้วยการแกล้งทำเป็นว่าอาศัยอยู่กับน้า เจสัน พ่อผู้ห่างเหินของเธอ (แฮร์ริส ดิกคินสัน) จู่ๆ ก็มาถึงและบังคับให้เธอเผชิญหน้ากับความเป็นจริง จอร์จี้ไม่สนใจที่มีผู้ปกครองคนใหม่โดยฉับพลันและต่อต้านความพยายามของเขาอย่างดื้อรั้น ขณะที่พวกเขาปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ จอร์จี้และเจสันพบว่าพวกเขาทั้งคู่ยังมีอะไรให้ทำอีกมาก
สรุป
“ขอเป็นพ่อได้ไหม” (2023) เล่าเรื่องของจอร์จี้ เด็กหญิงวัย 12 ปีผู้ฉลาดแกมโกงและพึ่งพาตัวเองเกินวัย เธออาศัยอยู่เพียงลำพังในแฟลตย่านชานเมืองชนชั้นแรงงานของลอนดอน หลังการเสียชีวิตของแม่ โดยพยายามทำให้ชีวิตประจำวันดูเป็นปกติที่สุด จอร์จี้หาเงินด้วยการขโมยจักรยานกับอาลี เพื่อนสนิทของเธอ และหลอกนักสังคมสงเคราะห์ด้วยการอ้างว่าเธอยังมี “น้า” คอยดูแล ทั้งที่จริงแล้วไม่มีผู้ใหญ่อยู่ในบ้านเลย ความเป็นอิสระที่จอร์จี้สร้างขึ้นอย่างลับๆ ต้องสั่นคลอนเมื่อเจสัน พ่อแท้ๆ ที่ห่างเหินและแทบไม่เคยมีบทบาทในชีวิตของเธอ ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เขาเข้ามาพร้อมสถานะความเป็นผู้ปกครองที่จอร์จี้ไม่ต้องการ และทำให้เด็กหญิงต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่พยายามหลบเลี่ยงมาตลอด จอร์จี้จึงต่อต้านเจสันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะด้วยการประชดประชัน ปิดกั้นความรู้สึก หรือพยายามรักษาชีวิตแบบเดิมเอาไว้ ขณะเดียวกัน เจสันเองก็ยังเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่พร้อมนักสำหรับความรับผิดชอบครั้งใหญ่ และต้องเรียนรู้ว่าจะก้าวเข้ามาเป็นพ่อได้อย่างไร โลล่า แคมป์เบลล์ถ่ายทอดจอร์จี้ในฐานะเด็กที่ทั้งแข็งแกร่ง ช่างสังเกต และมีอารมณ์ขัน แต่ภายใต้ความมั่นใจนั้นซ่อนความสูญเสียและความโดดเดี่ยวเอาไว้ ส่วนแฮร์ริส ดิกคินสันทำให้เจสันมีความเป็นคนธรรมดาที่ผิดพลาดได้ เขาไม่ได้เข้ามาในฐานะพ่อผู้สมบูรณ์แบบ หากเป็นชายหนุ่มที่กำลังพยายามทำความเข้าใจทั้งลูกสาวและตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน การปะทะคารม และช่วงเวลาที่ค่อยๆ เปิดเผยความผูกพันซึ่งยังไม่เคยได้รับโอกาสเติบโต หนังใช้โทนอบอุ่นปนขมขื่นและอารมณ์ขันแบบเป็นธรรมชาติ มองชีวิตของเด็กที่ถูกบังคับให้โตเร็วโดยไม่ทำให้สถานการณ์กลายเป็นดราม่าหนักหน่วงเกินไป แก่นสำคัญอยู่ที่ความหมายของคำว่า “ครอบครัว” ความเศร้าโศกหลังการสูญเสีย การให้อภัย และความพยายามเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ แม้จะสายเกินไปหรือไม่เป็นไปตามแบบที่ใครคาดหวัง “ขอเป็นพ่อได้ไหม” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของพ่อที่เข้ามาทำหน้าที่ แต่เป็นเรื่องของคนสองคนที่ต่างต้องเรียนรู้ว่าจะยอมให้ใครอีกคนเข้ามาในชีวิตได้อย่างไร โดยยังคงรักษาความอ่อนโยน ความจริงใจ และความหวังเอาไว้.











